คำถามที่หลายๆคนสงสัยและใคร่รู้ว่า
 |
| สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันเงินมีความจำเป็น |
ปัจจุบันนี้ พระสมควรจับเงินหรือไม่?
ดูเหมือนเป็นคำถามที่ใครๆก็อยากจะ ได้คำตอบที่ถูกต้องที่สุด!! จึงขอนำ
เรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังเพื่อพิจารณา
1.พระในเมืองไทยมีอยู่ 2 นิกายคือ กลุ่มใหญ่เรียกว่ามหานิกาย มักนิยม
ถือศีลแบบบ้านๆ สบายๆ ส่วนนิกายธรรมยุติ ค่อนข้างเคร่งครัดมากกว่า
แต่ในช่วง10กว่าปีที่ผ่านมานี้เป็นที่ทราบกันดีในหมู่พระธรรมยุติว่ามี
การอนุโลมผ่อนผันกันเองว่าพระถือครองเงินได้แต่ไม่ควรเกิน 3,000บาท
ถ้านิมนต์พระธรรมยุติระดับเจ้าอาวาสมาแสดงธรรม มักนิยมถวาย
ปัจจัยบูชาธรรม 3,000 บาท เป็นเกณฑ์ปกติ
2.สำหรับพระใหม่ไฟแรง ที่ไม่จับเงิน เวลาเดินทางจะต้องมีคาถาศักดิ์สิทธิ์
อยู่บทหนึ่งคือ "100คันต้องจอด1คัน" หมายความว่ายืนโบกรถข้างถนน100คัน
จะต้องจอด 1คัน (หรอกน่า) แต่ว่าปัจจุบันคาถานี้ ไม่ค่อยศักดิ์สิทธิ์แล้ว
อาจจะเพิ่ม "500คันต้องจอด 1คัน"
คาถาไม่ศักดิ์สิทธิ์เพราะมิจฉาชีพในคราบพระ เลียนแบบพระไม่จับเงิน
ยืนโบกรถข้างถนน ไปยังจุดหมายที่อยู่ไม่ไกลนัก พอชาวพุทธใจบุญจอดรับ
เมื่อถึงที่หมายก่อนจะลงจากรถ จะขอเงิน 3-500 บาทถ้าคนรับไม่ถวาย
ก็จะถูก "คนในคราบพระด่าสาปแช่ง" ถ้าไม่ศรัทธาแล้วนิมนต์ลง ก็จะเจอ
การชักอาวุธ หรือมีดออกมาให้เห็นคนใจบุญก็เลยเข็ดขยาด
ถ้าขึ้นรถโดยสารพระที่ไม่จับเงินจะเป็นที่รังเกียจ ของรถโดยสารมาก
ถ้าอวดเคร่งว่า "คุณโยมอาตมาไม่ได้จับเงิน ขอบิณฑบาตค่าโดยสารน่ะ"
ก็จะได้รับคำอนุโมทนาแบบซึ้งๆว่า
"รถผมไม่ได้เติมน้ำนะครับ หลวงพี่"
3.พระควรจับเงินหรือไม่ ควรขอถามว่า"ถ้าพระจับเงินแล้วจะทำให้ศาสนาเสื่อมลง
หรือเจริญขึ้น
หลายคนก็ไม่แน่ใจอีกก็ขอถามใหม่แล้วกันว่า
"ถ้าพระเป็นคนขี้ขอจะทำให้ศาสนาเสื่อมลงหรือเจริญขึ้น"
ถ้ายังไม่แน่ใจก็ขอถามอีกครั้งว่า...
"แล้วคุณชอบคนขี้ขอหรือคนชอบให้"
ถ้าคุณชอบคนขี้ขอ ถ้าพระไม่จับเงินรับรองพุทธศาสนา เจริญขึ้นแน่นอนเพราะ
คุณจะถูกขอทั้งวัน ทั้งจากพระและมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นพระ
แต่ถ้าคุณไม่ชอบคนขี้ขอรับรองพุทธศาสนาจะเสื่อมลง อย่างแน่นอน
ในยุคของเรานี่แหละในปัจจุบันขนาดพระไม่เป็นคนขี้ขอในบางสถานการณ์
เป็นผู้ให้ด้วยซ้ำยังถูกศาสนาอื่นโจมตี"พุทธมีแต่เอาเขามีแต่ให้" ถ้าพระเป็น
คนขี้ขอจริงๆยอมรับตรงๆเลยนะว่าไม่อยากจะจินตนาการ
แต่ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบคนขี้ขอก็ตาม แต่ว่าพระพุทธเจ้าท่าน
ได้ยืนยันไว้เป็นเวลา 2,600 ปี แล้วว่า
"ททมาโน ปิโย โหติ"
"บุคคลผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก"
Cr. แผ่นดินพระพุทธเจ้า